วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2550

"ไมตรีอักษร" 2

อักษรชุดนี้เป็นอักษรปกติ ที่ หนู ผานิตา ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำโครงการ "ไมตรีอักษร" เพื่อที่จะนำโครงสร้างมาใช้ออกแบบโครงการ
ส่วนอักษรชุดนี้ ได้มีการออกแบบตัวอักษรแล้ว ซึ่งเป็นชุดอักษรที่มีชื่อว่า "ไมตรีอักษร" เป็นการเอาโครงสร้างตัวอักษรแต่ละคู่มาสลับจับคู่กัน เพื่อออกแบบตัวอักษรชุดใหม่

และส่วนชุดนี้จะเป็นการเรียบเรียงตัวอักษรตามที่ หนู ผานิตา ได้ตั้งระบบการเรียงตัวอักษรใหม่

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2550

การทดลองเป็นภาพเคลื่อนไหว

ช กับ ญ

เป็นการทดลองภาพเคลื่อนไหว ของตัวอักษรสองตัวที่จะมาสลับบางส่วนกัน ระหว่างตัวอักษร ช กับ ญ

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2550

ผลการทดลอง




การทดลอง ก


การทดลอง ข



รวมการทดลองของตัวอักษร

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2550

การดูผลที่สมบูรณ์ เพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง


จากการจับคู่อักษรที่มีการวางไว้ในลักษณะการพึ่งพาความหมายซึ่งกันและกัน ของ ผานิตา ก็ได้รับมอบหมายงานต่อว่างานเสก็ตที่ทำไว้ ผมจะทดลองทำให้สมบูรณ์มากขึ้น โดยงานที่ทำให้เรียบร้อยขึ้นจะได้ดูผลอีกทีว่าเราจะแก้ไขตรงไหนได้อีก เพื่อเป็นการสำรวจในลักษณะผลว่าเรียบร้อยหรือสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด


วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2550

การวิเคราะห์ข้อมูลตัวอักษร ครั้งที่ 1

รูปแบบตัวอักษรภาษาไทย มีรูปแบบตัวอักษรที่ซับซ้อนค่อนข้างน้อยกว่าตัวอักษรในเอเชียในบางประเทศ ซึ่งตัวอักษรภาษาไทยนั้น มีรูปแบบที่มีการขมวดหัวตัวอักษรให้มีความต่างกันในแต่ละตัว ตัวอักษรภาษาไทยมีทั้งขมวดหัวให้กลมและไม่มีขมวด มีความต่างกันอย่างไร ลองมาวิเคราะห์กัน ตามความเข้าใจ

ตัวอักษรภาษาไทยที่มีการขมวดหัว
ตัวอักษรภาษาไทยที่มีการขมวดหัวนั้น เป็นตัวอักษรที่มีความเข้าใจง่าย อ่านคล่อง เหมาะแก่การใช้เขียนเป็นเนื้อเรื่อง เนื้อหา ไว้สำหรับอ่าน เพราะรูปแบบตัวอักษรที่เข้าใจง่าย อ่านแล้วสบายตา ดังนั้นตัวอักษรรูปแบบนี้มักจะอยู่ในหนังสือที่เป็นทางการ ราชการ หรือใช้เขียนในหนังสือนวนิยายต่าง ๆ เพื่อให้อ่านได้คล่อง

ตัวอักษรภาษาไทยที่ไม่มีการขมวดหัว
ตัวอักษรภาษาไทยที่ไม่มีการขมวดหัว เป็นตัวอักษรอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ออกแบบมาเพื่อให้มีความน่าสนใจ น่าค้นหา ส่วนใหญ่จึงเหมาะกับการนำไปใช้เป็นหัวหนังสือ หัวเรื่อง หัวข้อความต่าง ๆ เพื่อใหมีความน่าสนใจ ให้ผู้อ่านกระตือรือร้นที่จะอ่านเรื่องราวต่อไป

เมื่อพูดถึงเรื่องของขนาดและรูปแบบของตัวอักษรทั้ง 2 รูปแบบแล้ว จะมีความแตกต่าง ดังนี้
ตัวอักษรภาษาไทยที่ไม่มีการขมวดหัวนั้น เหมาะแก่การนำไปใช้ให้เป็นหัวหนังสือ หัวเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อให้มีความน่าสนใจ ดังนั้นจำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นมา เพื่อให้สะดุดตา ดึงดูดความสนใจ ให้มีความอยากอ่านหนังสือเล่นนั้น หากตัวอักษรที่ไม่มีการขมวดหัว มีขนาดเล็กเกินไปหรือ เอาไปใช้ในการเขียนเป็นตัวอักษรสำหรับอ่าน มีข้อความเยอะ ๆ อาจจะทำให้ การอ่านจะอ่านค่อนข้างยาก เพราะขนาดเล็กอาจจะมองตัวอักษรที่มีความคล้ายคลึงกันผิดเพี้ยนไป จึงทำให้การอ่านลำบาก อย่างเช่น ข กับ บ หรือ ค กับ ด เป็นต้น

(เนื่องจาก Blog มีปัญหา ไม่สามารถลงรูปได้ จะนำรูปลงในภายหลัง)

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2550

การทดลอง (การสลับ) แบบเคลื่อนไหว ครั้งที่ 1

เลือกที่จะเป็นผู้ช่วย
(ซึ่งได้รับให้ทำงานแบบภาพเคลื่อนไหวของการสลับตั้งแต่ต้น)

ก-ฮ
สิ่งที่เกิดจากการผสมกันของตัวอักษรภาษาไทย 44 ตัว เกิดจาก เกิดจากการนำเสนอมุมมองโครงสร้างก่อนการสลับที่กันของ ก-ฮ จากการจับคู่ที่ได้ทดลอง โดยเป็นมุมมองที่จะเสนอถึงความสนุกสนาน ของตัวอักษรว่า ถ้าลองแทนให้เป็นสิ่งมีชีวิตจะเป็นอย่างไร




ขั้นตอนแรกก็เป็นการเรียกตัวอักษรทั้งหมด 44 ตัว จาก ก-ฮ แล้วทำการแทนให้ตัวอักษรทั้ง 44 ตัว มีชีวิต ซึ่งเมื่อมีชีวิตแล้ว มันจึงต้องการที่จะไปอยู่กับพักพวกของมัน โดยการโยงเครือข่ายของความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน โดยแยกจาก ค.คน (คีบอร์ดไม่มีตัวค.คน) แล้วแยกเป็น ชายกับหญิง แล้วก็โยงความสัมพันธ์กันไปเรื่อย ๆ ตามตาราง

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

DOUBLE & DELUDE >>> OPTICAL ILLUSION

OPTICAL ILLUSION



จากสัปดาห์ที่ผ่านมา SEQUENCE ที่ได้มามีมากมาย และที่ยกตัวอย่างมาก็คือ ระบบการแตกหน่อ หรือการทวีคูณ DOUBLE ที่เป็นการทวีคูณ จาก 1 > 2 > 4 > 8 > 16 >>>... นั้นให้มีเยอะขึ้นทวีคูณเท่าตัว และอีก SEQUENCE หนึ่ง คือ ระบบการลวงความสนใจไปอีกทางหนึ่งแต่ต้องการจุดมุ่งหมายอีกอย่างหนึ่ง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การลวง DELUDE นั้น ได้เอามารวมกัน จนเกิดเป็นงานเชิงทดลองที่เป็นภาพลวงตาที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนทวีคูณขึ้น ว่าจะมีผลต่อการลวงตามากน้อยแค่ไหน
เป็นภาพที่ลวงให้เห็นว่า สี่เหลี่ยมนี้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสหรือป่าว แต่จริงๆ แล้วเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

SEQUENCE............eeeee

SEQUENCE SEQUENCE //// SEQUENCE SEQUENCE //// SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ////
(พยายามร้องให้เป็นเพลงที่ผมร้องทุกวันนะ อิอิ)

......................................................................................................

SEQUENCE SEQUENCE และ SEQUNCE
คำนี้เป็น เรียงลำดับ เป็นขั้นๆ
อาจารย์ติ๊ก อาจารย์นุ ให้ทำมัน
คิดสร้างสรรค์ คำๆ นี้ให้เป็นงาน
จากวันนั้นถึงวันนี้ที่ผมคิด
มันก็ติด คิดอย่างไร ยังเพ้อฝัน
คิดต่อไป คิดอีกนิด คิดทุกวัน
คิดให้มัน เป็นSEQUENCE นะทุกคน
ทุกอย่างนี้ มันก็เป็น SEQUENCE นะ
อาจารย์ครับ(ค่ะ) ทุกคนนั้น รับทราบแล้ว
แต่จะทำ อย่างไร ให้มันแนว
คิดๆ แล้ว คิดต่อไป คิดแล้วตัน
และต่อมา คิดๆ แล้ว คิดๆ อีก
หลายๆ WEEK คิดต่อมา ก็หาไม่
คิดคิดคิด คิดคิดมา คิดคิดไป
คิดยังไง ได้SEQUENCE แล้วก็ตัน
จนบัดนี้ ลองนับว่า มีกี่คิด
นับสักนิด ว่าพวกผมคิด...มากแค่ไหน
แล้วสุดท้าย ทำๆมา ทำๆไป
ก็นี้ไง SEQUENCE ของผมเอง


จากบทกลอนข้างตน ผมก็ได้คิดงานออกขึ้นมาอีกชิ้น(จากที่คิดมาหลายครั้ง และไม่ผ่านสักที --") คือ SEQUENCE ที่ได้คือ การให้ข้อมูลที่ให้คนอ่านสนใจไปในเนื่อความที่เขียนเพื่อให้เข้าใจไปกับเนื้อความนั้นๆ แล้วเรามาตบท้ายด้วยการหักมุมว่าที่เค้าคิดนั้นมันไม่ใช่เลย หรือเป็นการเปลี่ยนความคิดแรก ที่คนอ่านได้อ่านบทความนั้นๆ แล้วสรุปออกมามันไม่ใช้อย่างที่คิดตอนแรก ซึ่งหมายความว่า เป็นการหักมุมความคิดนั้นเอง

PROJECT ที่ได้ก็คือ จะสื่อเป็น VISUAL ออกมาให้คนสนใจคิดไปอีกแบบ แล้วผมจะหักมุมความคิดที่สื่อ VISUAL แรกออกไปแล้วสรุปเป็นอีกความคิดหนึ่ง

อย่างเช่น ผมจะให้ภาพแกะกระโดดข้ามรั่ว แล้วให้นับ 1 ตัว 2 ตัว 3 ตัว 4 ตัว 5 ตัว ... ไปเรื่อยๆ แล้วส่วนใหญ่ก็จะคิดว่าเป็นการนับเพื่อที่จะให้นอนหลับใช่มะคับ จะให้เห็นคนกำลังเคลิ้มเหมือนกำลังจะหลับด้วย แล้วต่อมาก็จะมีคนหนึ่งตะโกนมาว่า "พี่ๆ... แกะพี่กำลังกระโดดหนีออกจากฟาร์มจะหมดและน๊ะนั้นอะ" จากภาพที่กำลังหลับนั้นเอง หมายถึงภาพที่คนๆ นั้นเป็นลมไปนั้นเอง
ซึ่ง PROJECT นี้ จะทำเป็น ANIMATION เพื่อสื่อให้เป็นภาพ จากที่เล่าเป็นตัวหนังสือเป็นกลอน ก็จะสื่อให้เป็นภาพเคลื่อนไหว ซึ่งจริงๆ แล้วก็จะทำเป็น CLIP ภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ เป็นมุขในมือถือประมาณนั้น

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

แค่คิดถึง

เ ร า ใ ส่ น า ฬิ ก า มื อ ซ้ า ย
ที่ ใ ส่ มื อ ซ้ า ย เ พ ร า ะ ถ นั ด ข ว า
ย ก มื อ ซ้ า ย ขึ้ น ม า ดู เ ว ล า ไ ด้ ง่ า ย
แ ต่ ถึ ง มี น า ฬิ ก า เ ร า ก็ ช อ บ ไ ป ส า ย อ ยู่ ดี
น า ฬิ ก า ก็ แ ค่ บ อ ก เ ว ล า . . ไ ม่ ไ ด้ ทำ ใ ห้ เ ร า ไ ป เ ร็ ว ขึ้ น

คิ ด ดู แ ล้ ว . . หั ว ใ จ ก็ อ ยู่ ท า ง ซ้ า ย เ ห มื อ น กั น
บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด น ะ . . ว่ า อ วั ย ว ะ ใ น ร่ า ง ก า ย ที่ มี 2 ชิ้ น
จ ะ อ ยู่ ซ้ า ย แ ล ะ ข ว า
อ ย่ า ง แ ข น , ข า , ลู ก ก ะ ต า ทำ น อ ง นั้ น . .
แ ล้ ว ที่ มี ชิ้ น เ ดี ย ว . . ก็ แ ส ด ง ค ว า ม โ ด ด ข อ ง มั น
อ ย่ า ง จ มู ก , ส ะ ดื อ ก็ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง . . ป ร ะ ม า ณ นั้ น

แ ล้ ว ทำ ไ ม . . หั ว ใ จ ถึ ง เ อี ย ง ซ้ า ย ล่ ะ ? ?
บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด ว่ า . . ที่ เ ป็ น งั้ น ก็ เ พ ร า ะ
ใค ร บ า ง ค น อ ย า ก เ ตื อ น ใ ห้ เ ร า รู้ ว่ า . .

หั ว ใ จ เ ร า ไ ม่ ห นั ก แ น่ น พ อ จ ะ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง
แ ล้ ว ก็ ไ ม่ มี ม า ก พ อ จ ะ แ บ่ ง เ ป็ น ส อ ง ด้ ว ย เ ห มื อ น กั น

SEQUENCE>>PROJECT การแตกหน่อ BUDDING

การแตกหน่อนั้น เป็นการขยายพันธุ์อีกวิธีหนึ่งทางธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตบ้างชนิด หรือพวกเซลล์เดียว อย่างเช่น ไฮดรา ปะการัง ฟองน้ำ และพวกโพรติสต์ (ยีนส์ เห็น รา) เป็นต้น การแตกหน่อของมันนั้น เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีการสร้างเนื้อเยื่อข้างลำตัวงอกออกมา แล้วเจริญเติบโตเป็นตัวเล็ก ๆ ที่มีอวัยวะต่าง ๆ เหมือนตัวแม่ หลังจากติดอยู่กับตัวแม่ระยะหนึ่งก็จะหลุดออกมาไปอยู่อิสระตามลำพัง ดังนั้น การแตกหน่อของสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ก็เหมือนกันการทวีคูณของจำนวนๆ หนี่ง ซึ่งจะได้จำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า ดังนั้น ผมจึงอยากจะเสนอเป็นงาน Visual Art เป็นการเสนอมุมมองของภาพอีกชนิดหนึ่ง คือ ภาพเคลื่อนไหว อาจจะเป็นคลิปสั่นๆ หรือภาพเคลื่อนไหวที่มีการซ้ำไปซ้ำมา มาทำเป็นงานที่มีการแตกหน่อ หรือทวีคูณจำนวนออกไป โดยให้เห็น Visual ในอีกแบบลักษณะหนึ่ง โดยจะมีการทวีคูณ จาก 1 -> 2 และจาก 2 -> 4 จาก 4 -> 8 ซึ่งจะมีความทวีคูณไปเรื่อยๆ จนเกิด Visual ที่น่าสนใจขึ้นมา