วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2550

การทดลอง (การสลับ) แบบเคลื่อนไหว ครั้งที่ 1

เลือกที่จะเป็นผู้ช่วย
(ซึ่งได้รับให้ทำงานแบบภาพเคลื่อนไหวของการสลับตั้งแต่ต้น)

ก-ฮ
สิ่งที่เกิดจากการผสมกันของตัวอักษรภาษาไทย 44 ตัว เกิดจาก เกิดจากการนำเสนอมุมมองโครงสร้างก่อนการสลับที่กันของ ก-ฮ จากการจับคู่ที่ได้ทดลอง โดยเป็นมุมมองที่จะเสนอถึงความสนุกสนาน ของตัวอักษรว่า ถ้าลองแทนให้เป็นสิ่งมีชีวิตจะเป็นอย่างไร




ขั้นตอนแรกก็เป็นการเรียกตัวอักษรทั้งหมด 44 ตัว จาก ก-ฮ แล้วทำการแทนให้ตัวอักษรทั้ง 44 ตัว มีชีวิต ซึ่งเมื่อมีชีวิตแล้ว มันจึงต้องการที่จะไปอยู่กับพักพวกของมัน โดยการโยงเครือข่ายของความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน โดยแยกจาก ค.คน (คีบอร์ดไม่มีตัวค.คน) แล้วแยกเป็น ชายกับหญิง แล้วก็โยงความสัมพันธ์กันไปเรื่อย ๆ ตามตาราง

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

DOUBLE & DELUDE >>> OPTICAL ILLUSION

OPTICAL ILLUSION



จากสัปดาห์ที่ผ่านมา SEQUENCE ที่ได้มามีมากมาย และที่ยกตัวอย่างมาก็คือ ระบบการแตกหน่อ หรือการทวีคูณ DOUBLE ที่เป็นการทวีคูณ จาก 1 > 2 > 4 > 8 > 16 >>>... นั้นให้มีเยอะขึ้นทวีคูณเท่าตัว และอีก SEQUENCE หนึ่ง คือ ระบบการลวงความสนใจไปอีกทางหนึ่งแต่ต้องการจุดมุ่งหมายอีกอย่างหนึ่ง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การลวง DELUDE นั้น ได้เอามารวมกัน จนเกิดเป็นงานเชิงทดลองที่เป็นภาพลวงตาที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนทวีคูณขึ้น ว่าจะมีผลต่อการลวงตามากน้อยแค่ไหน
เป็นภาพที่ลวงให้เห็นว่า สี่เหลี่ยมนี้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสหรือป่าว แต่จริงๆ แล้วเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

SEQUENCE............eeeee

SEQUENCE SEQUENCE //// SEQUENCE SEQUENCE //// SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ... SEQUENCE SEQUENCE ////
(พยายามร้องให้เป็นเพลงที่ผมร้องทุกวันนะ อิอิ)

......................................................................................................

SEQUENCE SEQUENCE และ SEQUNCE
คำนี้เป็น เรียงลำดับ เป็นขั้นๆ
อาจารย์ติ๊ก อาจารย์นุ ให้ทำมัน
คิดสร้างสรรค์ คำๆ นี้ให้เป็นงาน
จากวันนั้นถึงวันนี้ที่ผมคิด
มันก็ติด คิดอย่างไร ยังเพ้อฝัน
คิดต่อไป คิดอีกนิด คิดทุกวัน
คิดให้มัน เป็นSEQUENCE นะทุกคน
ทุกอย่างนี้ มันก็เป็น SEQUENCE นะ
อาจารย์ครับ(ค่ะ) ทุกคนนั้น รับทราบแล้ว
แต่จะทำ อย่างไร ให้มันแนว
คิดๆ แล้ว คิดต่อไป คิดแล้วตัน
และต่อมา คิดๆ แล้ว คิดๆ อีก
หลายๆ WEEK คิดต่อมา ก็หาไม่
คิดคิดคิด คิดคิดมา คิดคิดไป
คิดยังไง ได้SEQUENCE แล้วก็ตัน
จนบัดนี้ ลองนับว่า มีกี่คิด
นับสักนิด ว่าพวกผมคิด...มากแค่ไหน
แล้วสุดท้าย ทำๆมา ทำๆไป
ก็นี้ไง SEQUENCE ของผมเอง


จากบทกลอนข้างตน ผมก็ได้คิดงานออกขึ้นมาอีกชิ้น(จากที่คิดมาหลายครั้ง และไม่ผ่านสักที --") คือ SEQUENCE ที่ได้คือ การให้ข้อมูลที่ให้คนอ่านสนใจไปในเนื่อความที่เขียนเพื่อให้เข้าใจไปกับเนื้อความนั้นๆ แล้วเรามาตบท้ายด้วยการหักมุมว่าที่เค้าคิดนั้นมันไม่ใช่เลย หรือเป็นการเปลี่ยนความคิดแรก ที่คนอ่านได้อ่านบทความนั้นๆ แล้วสรุปออกมามันไม่ใช้อย่างที่คิดตอนแรก ซึ่งหมายความว่า เป็นการหักมุมความคิดนั้นเอง

PROJECT ที่ได้ก็คือ จะสื่อเป็น VISUAL ออกมาให้คนสนใจคิดไปอีกแบบ แล้วผมจะหักมุมความคิดที่สื่อ VISUAL แรกออกไปแล้วสรุปเป็นอีกความคิดหนึ่ง

อย่างเช่น ผมจะให้ภาพแกะกระโดดข้ามรั่ว แล้วให้นับ 1 ตัว 2 ตัว 3 ตัว 4 ตัว 5 ตัว ... ไปเรื่อยๆ แล้วส่วนใหญ่ก็จะคิดว่าเป็นการนับเพื่อที่จะให้นอนหลับใช่มะคับ จะให้เห็นคนกำลังเคลิ้มเหมือนกำลังจะหลับด้วย แล้วต่อมาก็จะมีคนหนึ่งตะโกนมาว่า "พี่ๆ... แกะพี่กำลังกระโดดหนีออกจากฟาร์มจะหมดและน๊ะนั้นอะ" จากภาพที่กำลังหลับนั้นเอง หมายถึงภาพที่คนๆ นั้นเป็นลมไปนั้นเอง
ซึ่ง PROJECT นี้ จะทำเป็น ANIMATION เพื่อสื่อให้เป็นภาพ จากที่เล่าเป็นตัวหนังสือเป็นกลอน ก็จะสื่อให้เป็นภาพเคลื่อนไหว ซึ่งจริงๆ แล้วก็จะทำเป็น CLIP ภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ เป็นมุขในมือถือประมาณนั้น

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

แค่คิดถึง

เ ร า ใ ส่ น า ฬิ ก า มื อ ซ้ า ย
ที่ ใ ส่ มื อ ซ้ า ย เ พ ร า ะ ถ นั ด ข ว า
ย ก มื อ ซ้ า ย ขึ้ น ม า ดู เ ว ล า ไ ด้ ง่ า ย
แ ต่ ถึ ง มี น า ฬิ ก า เ ร า ก็ ช อ บ ไ ป ส า ย อ ยู่ ดี
น า ฬิ ก า ก็ แ ค่ บ อ ก เ ว ล า . . ไ ม่ ไ ด้ ทำ ใ ห้ เ ร า ไ ป เ ร็ ว ขึ้ น

คิ ด ดู แ ล้ ว . . หั ว ใ จ ก็ อ ยู่ ท า ง ซ้ า ย เ ห มื อ น กั น
บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด น ะ . . ว่ า อ วั ย ว ะ ใ น ร่ า ง ก า ย ที่ มี 2 ชิ้ น
จ ะ อ ยู่ ซ้ า ย แ ล ะ ข ว า
อ ย่ า ง แ ข น , ข า , ลู ก ก ะ ต า ทำ น อ ง นั้ น . .
แ ล้ ว ที่ มี ชิ้ น เ ดี ย ว . . ก็ แ ส ด ง ค ว า ม โ ด ด ข อ ง มั น
อ ย่ า ง จ มู ก , ส ะ ดื อ ก็ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง . . ป ร ะ ม า ณ นั้ น

แ ล้ ว ทำ ไ ม . . หั ว ใ จ ถึ ง เ อี ย ง ซ้ า ย ล่ ะ ? ?
บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด ว่ า . . ที่ เ ป็ น งั้ น ก็ เ พ ร า ะ
ใค ร บ า ง ค น อ ย า ก เ ตื อ น ใ ห้ เ ร า รู้ ว่ า . .

หั ว ใ จ เ ร า ไ ม่ ห นั ก แ น่ น พ อ จ ะ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง
แ ล้ ว ก็ ไ ม่ มี ม า ก พ อ จ ะ แ บ่ ง เ ป็ น ส อ ง ด้ ว ย เ ห มื อ น กั น

SEQUENCE>>PROJECT การแตกหน่อ BUDDING

การแตกหน่อนั้น เป็นการขยายพันธุ์อีกวิธีหนึ่งทางธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตบ้างชนิด หรือพวกเซลล์เดียว อย่างเช่น ไฮดรา ปะการัง ฟองน้ำ และพวกโพรติสต์ (ยีนส์ เห็น รา) เป็นต้น การแตกหน่อของมันนั้น เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีการสร้างเนื้อเยื่อข้างลำตัวงอกออกมา แล้วเจริญเติบโตเป็นตัวเล็ก ๆ ที่มีอวัยวะต่าง ๆ เหมือนตัวแม่ หลังจากติดอยู่กับตัวแม่ระยะหนึ่งก็จะหลุดออกมาไปอยู่อิสระตามลำพัง ดังนั้น การแตกหน่อของสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ก็เหมือนกันการทวีคูณของจำนวนๆ หนี่ง ซึ่งจะได้จำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า ดังนั้น ผมจึงอยากจะเสนอเป็นงาน Visual Art เป็นการเสนอมุมมองของภาพอีกชนิดหนึ่ง คือ ภาพเคลื่อนไหว อาจจะเป็นคลิปสั่นๆ หรือภาพเคลื่อนไหวที่มีการซ้ำไปซ้ำมา มาทำเป็นงานที่มีการแตกหน่อ หรือทวีคูณจำนวนออกไป โดยให้เห็น Visual ในอีกแบบลักษณะหนึ่ง โดยจะมีการทวีคูณ จาก 1 -> 2 และจาก 2 -> 4 จาก 4 -> 8 ซึ่งจะมีความทวีคูณไปเรื่อยๆ จนเกิด Visual ที่น่าสนใจขึ้นมา

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2550

SEQUENCE>>Sequence>>squence...

SEQUENCE การเรียงลำดับขั้นตอน ก็นึกถึงเรื่องการเรียงลำดับขั้นตอนในการเต้นแต่ละท่าไปเรื่อยๆ จนจบเพลง โดยมีเสียงดนตรี จังหวะและทำนองในการสื่อท่าทางต่างๆ ออกมา บางครั้งการเต้น เป็นการสื่อท่าทางที่มีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้ แต่ในที่นี้จะหยิบเอาการเต้นที่มีท่าทางสื่อความหมายได้ และการเต้นอาจะไม่มีการสื่อสารด้วยเสียงก็ได้ แต่จะมีจังหวะในท่าทางของมันเอง แล้วพอนึกถึงท่าทางที่สื่อความหมายได้โดยไม่มีเสียง ก็จะเป็น เหมือนการแสดงท่าทางใบ้คำเพื่อสื่อความหมายที่ง่ายๆ ออกมา ซึ่งเหล่านี้ก็เป็นการเรียงลำดับ SEQUENCE ที่ต้องเป็นไปตามลำดับความหมายของคำที่จะสื่อด้วย

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2550

1 บาทหายไปไหน??? บอกที...งงมาก???

โจทย์ ชาย 3 คน จ่ายค่าพักโรงแรม คนละ 10 บาท รวมเป็นเงิน 30 บาท เจ้าของโรงแรมใจดีลดเหลือ 25 บาท เลยฝากบ๋อย ไปคืนชายทั้งสาม 5 บาท บ๋อยเก็บไว้เอง 2 บาท แล้วคืนให้ชาย 3 คน คนละ 1 บาท เท่ากับว่า ชายทั้งสามจ่ายค่าโรงแรมคนละ 9 บาท เท่ากับ 27 บาท รวมกับที่น้องบ๋อยเก็บไว้ 2 บาท เป็น 29 บาท แล้วอีก 1 บาท หายไปไหน ...งง...

10*3=30 =>> 30-5=25 =>> 5-2=3 =>> 9*3=27+2=29 =>>1???

ยางแตกคับ

นักศึกษาปี 4 สองคนไปงานปาร์ตี้บ้านเพื่อนแล้วเมาจนถึงสว่าง สร่างเมาก็นึกขึ้นได้ว่าตอนเช้ามีสอบวิชาเคมี ทั้งคู่ก็เลยเข้าไปโกหกอาจารย์เคมีว่าเมื่อคืนรถยางแตก เลยต้องเสียเวลาและไม่ได้อ่านหนังสือทั้งคืน จึงขอเวลาอ่านหนังสือเพิ่มอีก 1 คืน อาจารย์ก็ใจดีเหลือเกินตอบตกลงให้สิทธิพิเศษทั้งคู่ ไปอ่านหนังสือมาแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาสอบ รุ่งขึ้นทั้งคู่ถูกจับแยกให้สอบคนละห้องเพราะอาจารย์กลัวว่ามันจะแอบลอกกัน เมื่อทั้งคู่อ่านข้อสอบก็พบว่ามีแค่ 2 ข้อเ ท่านั้น ข้อ1) จงอธิบายความหมายของคำว่า "อะตอม" (5 คะแนน).......... ทั้งคู่ตอบคำถามข้อแรกได้สบายมากเสร็จแล้วก็อ่านข้อต่อไป *ข้อ**2) จงบอกมาว่ายางรถข้างหน้า หรือ ข้างหลัง ซ้าย หรือ ขวา ที่มันแตกจนเป็นเหตุให้พวกมึงไม่ได้อ่านหนังสือสอบ (95คะแนน) !!!*

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2550

SEQUENCE>>PRINT ADVERTISING



PRINT ADVERTISING

โฆษณาพวกนี้ผมลองนำมาเชื่อมโยงกับคับว่า SEQUENCE ดูว่าจะไปได้หรือป่าว คือ

ถ้าเหตุการณ์แต่ละอย่างไม่ได้ดูบริบทรอบข้าง ก็อาจจะไม่ได้เป็น SEQUENCE แต่ว่า ถ้าเราดูรอบข้าง ๆ ด้วยแล้ว มันมีการเรื่องลำดับเหตุการณ์ต่อไปได้ว่า มันจะเกิตอันตรายอย่างที่คาดคิดกันไว้ได้
อย่างภาพแรก ถ้าดูอย่างผ่านๆ ก็จะเห็นแค่ว่า คนกำลังไต่บันไดขึ้นไปทาสีบนเพดาน ธรรมดา แต่ถ้าดูบริบทรอบข้างแล้วก็จะเห็นว่ามีสุนัขอยู่ด้านล่าง กำลังจะคาบผาที่บันไดทับไว้อยู่ แล้วลองคิดดูต่อไปว่า ถ้าสุนัขตัวนั้นคาบผ้าออกไป จะเกิดอะไรขึ้น...
ภาพที่สอง ก็เช่นกัน ดูผ่านๆ ก็คิดว่ามันดันตรายถ้าจะขี่จักรยานล้อเดียวผ่านเหล่าเหล็กที่แขนวนเนื้อไว้ แต่ถ้าลองคิดเหตุการณ์ที่ว่า ถ้าล้มลงละ จะเกิดอะไรขึ้น...
ภาพสุดท้ายนี้ก็เช่นกัน ดูว่ากำลังขับรถบดถนนธรรม แต่ถ้าดูให้ดี มีผ้าพันคูสีชมพูกำลังห้อยลงไปที่ล้อของรถบดอยู่ แล้วถ้ามันเข้าไปติดกับล้อรถละ จะเกิดอะไรขึ้น...
จากที่ได้ดูมาก็จะทำให้ทุกคนคิดต่อไปได้ว่าเหตุการณ์ต่อไปน่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงเป็นSEQUENCEของโฆษณานี้ที่ว่าจะต้องมีเหตุการณ์ลำดับต่อไปที่ทำให้คิดต่อไปได้เรื่อย ๆ

ทำไม...ต้องสวมแหวน แต่งงานที่ "นิ้วนาง" ด้วย

ทำไม... ต้องสวมแหวน แต่งงานที่ “นิ้วนาง” ด้วย
ไม่ใช่แค่เพราะเราเรียกมันว่า ring finger แน่ๆ
มันต้องมีความหมายมากกว่านั้น
ทดลองพิสูจน์ความมหัศจรรย์ด้วยตัวเอง
ลองแบมือ 2 ข้าง ประกบเข้าหากัน (พนมมือ)
แล้วงอนิ้วกลางลงข้างใน เอาหลังนิ้วกลาง ทั้ง 2 ข้างมาชนกัน
ทีนี้... นิ้วที่เหลือ ก็คือ โป้ง/ ชี้/ นาง/ ก้อย ให้เอาปลายนิ้วมาชนกัน

ลองปล่อยนิ้วที่เอาปลายชนกัน ให้ออกจากกัน ทีละนิ้ว
โดยที่ “นิ้วกลาง” ยังคงงอแตะกันอยู่
จะพบว่า... นิ้วชี้ ก็ปล่อยจากกันได้
นิ้วโป้ง ก็ปล่อยจากกันได้
นิ้วก้อย ก็ปล่อยจากกันได้ อย่างสบายๆ

แต่... “นิ้วนาง” กลับปล่อยออกจากกันไม่ได้

นั่นเป็นเพราะ

นิ้วกลาง แทน ตัวเราเอง
นิ้วโป้ง แทน พ่อแม่ ซึ่งวันหนึ่งท่านก็ต้องจากเราไป
นิ้วชี้ แทน พี่น้อง ซึ่งเขาก็ต้องไปมีชีวิตของเขาเอง
นิ้วก้อย แทน ลูก พอโตขึ้น ลูกก็ต้องไปมีชีวิตของตัวเอง มีสังคม, ครอบครัว ของตัวเอง
นิ้วนาง แทน "คู่ชีวิต"
...ทีนี้ก็เหลือแค่ "คู่ชีวิต" แล้วล่ะ ที่จะอยู่กับเราไปจนแก่...